แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เครื่องหมาย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เครื่องหมาย แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2557

การจดทะเบียนการค้า

   
 เครื่องหมาย หมายความว่า ภาพถ่าย ภาพวาด ภาพสิ่งประดิษฐ์ ตรา ชื่อ คำ ข้อความ ตัวหนังสือ ตัวเลข ลายมือชื่อ กลุ่มของสี รูปร่างหรือรูปทรงของวัตถุ หรือสิ่งเหล่านี้อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่างรวมกัน โดยมีกฎหมายที่คุ้มครอง คือ พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 และมีการแก้ไขเพิ่มเติมในพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2543

ประเภทเครื่องหมายที่ให้ความคุ้มครอง

กฎหมายเครื่องหมายการค้า ให้ความคุ้มครองเครื่องหมาย 4 ประเภท ได้แก่

1.เครื่องหมายการค้า หมายความว่า เครื่องหมายที่ใช้หรือจะใช้เป็นเครื่องหมายเกี่ยวข้องกับสินค้าเพื่อแสดงว่าสินค้าที่ใช้เครื่องหมายของเจ้าของเครื่องหมายการค้านั้นแตกต่างกับสินค้าที่ใช้เครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่น
2.เครื่องหมายบริการ หมายความว่า เครื่องหมายที่ใช้หรอจะใช้เป็นที่หมายหรือเกี่ยวข้องกับบริการ เพื่อแสดงว่าบริการที่ใช้เครื่องหมายของเจ้าของเครื่องหมายบริการนั้น แตกต่างกับบริการที่ใช้เครื่องหมายบริการของบุคคลอื่น
3.เครื่องหมายรับรอง หมายความว่า เครื่องหมายที่เจ้าของเครื่องหมายรับรองใช้หรือจะใช้เป็นที่หมาย หรือเกี่ยวข้องกับสินค้าและบริการของบุคคลอื่น เพื่อเป็นการรับรองเกี่ยวกับแหล่งกำเนิด ส่วนประกอบ วิธีการผลิต คุณภาพ หรือคุณลักษณะอื่นใดของสินค้านั้นหรือเพื่อรับรองเกี่ยวกับสภาพคุณภาพ ชนิด หรือคุณลักษณะอื่นใดของบริการนั้น
4.เครื่องหมายร่วม หมายความว่า เครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายบริการที่ใช้ หรือจะใช้โดยบริษัทหรือรัฐวิสาหกิจในกลุ่มเดียวกันหรือโดยสมาชิกของสมาคม สหกรณ์ สหภาพ สมาพันธ์ กลุ่มบุคคลหรือองค์กรอื่นใดของรัฐหรือเอกชน

การได้มาซึ่งความคุ้มครอง

      ความคุ้มครองเครื่องหมายการค้ามิได้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติเจ้าของเครื่องหมายการค้า จะต้องนำเครื่องหมายการค้าที่คิดขึ้นไปทำการจดทะเบียนเสียก่อน จึงจะได้รับความคุ้มครองโดยสมบูรณ์ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2543

ประโยชน์ของเครื่องหมายการค้า

      สำหรับประโยชน์ของเครื่องหมายการค้านั้น สามารถพิจารณาได้หลักๆ 2 ด้าน คือ
1.ด้านเจ้าของเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายการค้ามีประโยชน์ในการที่จะทำให้ผู้บริโภคสามารถจดจำหรือเรียกขานสินค้าของเจ้าของเครื่องหมายการค้านั้น ซึ่งจะทำให้ผู้บริโภคสามารถแยกแยะเพื่อเลือกซื้อสินค้าของเจ้าของเครื่องหมายการค้านั้นได้ และไม่สับสนกับสินค้าที่ใช้เครื่องหมายการค้าอื่น ๆ
2.ด้านผู้บริโภค เครื่องหมายการค้าจะทำให้ผู้บริโภคสามารถแยกแยะสินค้าที่ใช้เครื่องหมายการค้านั้นจากสินค้าที่ใช้เครื่องหมายการค้าอื่นและเครื่องหมายการค้าจะทำให้ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อสินค้าที่มีคุณภาพตามต้องการ รวมทั้งทราบถึงตัวเจ้าของเครื่องหมายการค้าด้วย

สิทธิเจ้าของเครื่องหมายการค้า

ทั้งนี้ผลจากการเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้านั้น อาจมองได้ 2 ส่วน คือ
1.เครื่องหมายการค้าที่ยังไม่ได้จดทะเบียน เจ้าของเครื่องหมายการค้ามีสิทธิที่จะใช้เครื่องหมายการค้าที่ยังไม่ได้จดทะเบียนนั้นแต่จะฟ้องคดีเพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิในเครื่องหมายการค้าที่ไม่ได้จดทะเบียนหรือเรียกค่าเสียหายไม่ได้เว้นแต่จะเป็นกรณีลวงขาย
2.เครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนแล้ว เจ้าของเครื่องหมายการค้ามีสิทธิแต่เพียงผู้เดียวที่จะใช้เครื่องหมายการค้ากับสินค้าที่จดทะเบียนไว้และในกรณีที่ผู้อื่นละเมิดสิทธิในเครื่องหมายการค้าเจ้าของเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนแล้วนั้น มีสิทธิที่จะฟ้องร้องและเรียกค่าเสียหายได้ และในกรณีที่มีผู้อื่นนำเครื่องหมายการค้าของเจ้าของเครื่องหมายการค้าไปจดทะเบียนเจ้าของเครื่องหมายการค้าอาจฟ้องเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้นได้

ดังนั้น ผู้ที่จะใช้เครื่องหมายการค้าไม่ควรใช้เครื่องหมายการค้าที่เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่น

การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า
       โดยทั่ว ๆ ไปก่อนการยื่นขอจดทะเบียน ผู้ที่ต้องการขอจดทะเบียนควรที่จะขอตรวจค้นดูที่สำนักเครื่องหมายการค้า กรมทรัพย์สินทางปัญญา ว่ามีเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนไว้แล้วเหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าของตนหรอไม่ถ้ามีเครื่องหมายการค้าที่เหมือนหรือคล้ายกัน ได้จดทะเบียนไว้แล้ว ก็ไม่สามารถจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่ต้องการจดทะเบียนได้อีก

ลักษณะของเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนได้

        ลักษณะของเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรอง และเครื่องหมายร่วมที่จะจดทะเบียนได้ จะต้องมีลักษณะตามที่กำหนดในกฎหมาย โดยประกอบด้วยลักษณะ 3 ประการ คือ
1.มีลักษณะบ่งเฉพาะ คือ มีลักษณะที่ทำให้ประชาชนหรือผู้ซื้อสินค้านั้นทราบและเข้าใจได้ว่าสินค้าที่ใช้เครื่องหมายนั้นแตกต่างจากสินค้าอื่น เช่น เป็นรูปหรือคำที่ได้ประดิษฐ์ขึ้น ลายมือชื่อหรือภาพของผู้เป็นเจ้าของ เป็นต้น
2.ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย เช่น ธงชาติ เครื่องหมายราชการ พระบรมฉายาลักษณ์ เป็นต้น
3.ไม่เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายของบุคคลอื่น เครื่องหมายการค้าที่จะจดทะเบียนนั้น จะต้องไม่เหมือนกับเครื่องหมายที่บุคคลอื่นได้จดทะเบียนไว้แล้ว หรือคล้ายกับเครื่องหมายที่บุคคลอื่นได้จดทะเบียนไว้แล้ว จนอาจจะทำให้สาธารณชนสับสนหรือหลงผิดในความเป็นเจ้าของสินค้าหรือแหล่งกำเนิดสินค้า โดยพิจารณาจาก คำเสียงเรียกขาน รูปหรือภาพและการประดิษฐ์ของเครื่องหมาย เป็นต้น

ระยะเวลาที่ให้การคุ้มครอง


      เครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนแล้ว มีอายุความคุ้มครอง 10 ปี เมื่อจะครบกำหนดสามารถที่จะต่ออายุได้เป็นคราว ๆ คราวละ 10 ปี

เอกสารประกอบคำขอจดทะเบียน
1.คำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า หรือคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายบริการหรือคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายรับรอง หรือคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายร่วมตามประเภทเครื่องหมายที่จะจดทะเบียน พร้อมสำเนารวม 5 ชุด โดยให้การกรอกข้อความต่าง ๆ ในคำขอจดทะเบียน ปิดรูปเครื่องหมายพร้อมลงชื่อ และถ่ายสำเนาจากคำขอจดทะเบียนที่ได้กรอกข้อความปิดรูปและลงชื่อแล้ว จำนวน 5 ชุด
2.สำเนาบัตรประจำตัวที่ทางราชการออกให้ ใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว หรือหนังสือเดินทางในกรณีที่ผู้ขอเป็นบุคคลธรรมดา
3.หนังสือรับรองนิติบุคคลฉบับปัจจุบัน โดยมีคำรับรองของผู้มีอำนาจให้คำรับรองตามกฎหมายไม่เกิน 6 เดือน นับแต่วันที่ออกหนังสือรับรองนั้น ในกรณีที่เป็นนิติบุคคล
4.สำเนาหนังสือแต่งตั้งตัวแทนหรือหนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)
5.รูปเครื่องหมายการค้าที่เหมือนกับที่ปิดลงในคำขอจดทะเบียนอีกจำนวน 5 รูป
6.หลักฐานนำสืบลักษณะบ่งเฉพาะ หรือหนังสือขอผ่อนผันการนำส่งหลักฐานดังกล่าว (ถ้ามี) เช่น หลักฐานที่แสดงว่าได้มีการจำหน่ายสินค้าภายใต้เครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนนั้นจนเป็นที่รู้จักแพร่หลายแล้วว่าใครเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าที่จะจดทะเบียนนั้น

วิธีการ และสถานที่ยื่นคำขอ

การยื่นคำขอเครื่องหมายการค้าสามารถกระทำได้ 2 วิธี คือ
1.ยื่นขอโดยตรงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่หน่วยจัดการทรัพย์สินทางปัญญาและถ่ายทอดเทคโนโลยีแห่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล
2.สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มคำขอเครื่องหมายการค้าได้ที่ www.tlo.rmutt.ac.th และส่งคำขอทางไปรษณีย์ลงทะเบียนถึงพนักงานเจ้าหน้าที่หน่วยจัดการทรัพย์สินทางปัญญาและถ่ายทอดเทคโนโลยีแห่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล

ค่าธรรมเนียม

การชำระค่าธรรมเนียมคำขอเครื่องหมายการค้าได้แบ่งออกเป็น 2 ขั้นตอนดังนี้
1.ขั้นตอนการยื่นคำขอจดทะเบียน ค่าธรรมเนียมขึ้นอยู่กับจำนวนรายการสินค้าหรือบริการที่จะจดทะเบียนซึ่งจะต้องชำระค่าธรรมเนียมสินค้า/บริการอย่างละ 500 บาท
กำหนดการประกาศโฆษณาและไม่มีผู้คัดค้านการจดทะเบียนโดยผู้ขอจะต้องชำระค่าธรรมเนียมตามจำนวนสินค้า/บริการอย่างละ 300 บาท

ขั้นตอนการจดเครื่องหมายการค้า

ขั้นตอนการจดเครื่องหมายการค้านั้น สามารถสรุปเป็นแผนภูมิได้ ต่อไปนี้
ที่มาของบทความ : http://www.tlo.rmutt.ac.th/?p=38

สรุป : การจดทะเบียนการค้าคือทำหลักฐานทางการค้าเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของโดยแสดงออกมาเป็นเครื่องหมายทางการค้า เพื่อเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจ และ การปฏิบัติตามข้อบังคับทางกฎหมาย ทั้งเจ้าของเครื่องหมายการค้าและผู้บริโภค

วันอังคารที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ความหมายของคำว่า การออกแบบอัตลักษณ์,ฺBRAND,เครื่องหมายและสัญลักษณ์

การออกแบบอัตลักษณ์ หมายถึง
Combination of color schemes, designs, words, etc., that a firm employs to make a visual statement about itself and to communicate its business philosophy. It is an enduring symbol of how a firm views itself, how it wishes to be viewed by others, and how others recognize and remember it. Unlike corporate image (which is 'in there' changeable mental impression), corporate identity is 'out there' sensory-experience conveyed by things such as buildings, décor, logo, name, slogan, stationery, uniforms, and is largely unaffected by its financial performance and ups and downs in its fortunes. Corporate-identity is either strong or weak (not positive, negative, or neutral like a corporate image) and is more or less permanent unless changed deliberately. The identity (conveyed by its name and multicolored bitten-off-apple logo) of Apple computer, for example, as an innovative and pathbreaking firm has survived almost intact over about 30 years. But its image as a successful business has dimmed and brightened several times during the same period.
ที่มา : http://www.businessdictionary.com/definition/corporate-identity.html

         การผสมผสานของโทนสี การออกแบบ คำ ที่สร้างภาพลักษณ์และการสื่อสารปรัชญาการดำเนินธุรกิจขององค์กร เพื่อสื่อสารให้คนบุคคลทั่วไปจดจำและจำได้ ซึ่งแตกต่างจากภาพลักษณ์ (มีผลต่ออารมณ์และความรู้สึก), เช่นอาคาร, ตกแต่ง, โลโก้, ชื่อ, สโลแกน, เครื่องเขียน, เครื่องแบบ เป็นต้น มีผลต่อความสำเร็จขององค์กร




           การออกแบบอัตลักษณ์องค์กร (The Corporate Identity Design) คือ แนวทางหนึ่งของธุรกิจรุ่นใหม่ที่มีพลัง อันหมายถึงความคิดแบบ 360 องศาครบถ้วนทุกมิติ เพื่อภาพรวมขององค์กรที่มีประสิทธิภาพและมีเอกภาพผ่านการออกแบบนั่นเอง

         ความจำเป็นอย่างหนึ่งของการสร้างสรรค์อัตลักษณ์องค์กรก็คือ การวางแผนคิดครอบคลุมครบถ้วนจนสามารถทำให้องค์กรขับเคลื่อนอย่างมีทิศทาง เป็นส่วนหนึ่งของวิสัยทัศน์ผู้นำรุ่นใหม่ที่สามารถมองภาพรวม และภาพบนอย่างครอบคลุม (BIRD EYE VIEW) จนส่งผลให้ธุรกิจ, องค์กรต่างๆเหล่านั้น มีแบรนด์ที่สมบูรณ์ ยั่งยืนถึงลูกหลานส่งผลต่อการจดจำภาพลักษณ์ได้ง่ายดาย

          Corporate Identity Design (CI Design) คือ การออกแบบอัตลักษณ์ขององค์กรหรือแบรนด์สินค้า ที่ไม่ได้หมายถึงการสร้างแบรนด์หนึ่งๆ โดยตรง แต่เป็นหน้าต่างสำคัญที่จะกำหนดหน้าตาและทิศทางของแบรนด์นั้นๆ ได้ การออกแบบอัตลักษณ์นี้ไม่ใช่แค่การออกแบบ “โลโก้” แล้วนำไปประยุกต์ใช้กับเครื่องมือสื่อสารทั้งหมดของแบรนด์ หากแต่เป็นการออกแบบ “ภาพลักษณ์ทั้งหมด” ของแบรนด์ที่จะทำให้คนภายนอกสัมผัสได้เฉกเช่นเดียวกับที่องค์กรต้องการสื่อออกไป

สรุป : การออกแบบอัตลักษณ์ คือการออกแบบวางแผน แก้ปัญหา ภาพลักษณ์ทั้งหมดให้กับองค์กรให้คนภายนอกสัมผัสได้เหมือนที่องค์กรสื่อไป เช่น โทนสี โลโก้ ตัวผลิตภัณฑ์ ยูนิฟอร์มเป็นต้น

แบรนด์ BRAND หมายถึง
Brand - แบรนด์ ไม่ใช่แค่เพียงชื่อสินค้า ไม่ใช่แค่เพียง Logo ไม่ใช่แค่เพียงโฆษณา และไม่ใช่แค่รูปแบบของตัวบรรจุภัณฑ์เท่านั้น ความหมายของ แบรนด์ จาก ผู้รู้ทางโฆษณา Mr. Jack Trout กล่าวไว้ว่า ตราสินค้า หรือ Brand -แบรนด์ คือความรู้สึก หรือ ความประทับใจโดยรวมต่อสินค้ายี่ห้อนั้นๆ ที่ถูกสร้างขึ้นภายในจิตใจของผู้บริโภค ทั้งจากการโฆษณา ประสบการณ์การใช้สินค้า ภาพลักษณ์ขององค์กร และบุคลากรจากสินค้าและการบริการ รวมถึง ประสบการณ์ใด ๆ ก็ตามที่เกี่ยวกับสินค้าและบริการของ Brand - แบรนด์ นั้น


ที่มา : http://www.youtube.com/watch?v=JKIAOZZritk

            แบรนด์ คือ ภาพลักษณ์ หรือ ความคาดหวังที่ลูกค้ามีต่อผลิตภัณฑ์หรือ บริการขององค์กร ซึ่งแบรนด์นั้นกินเนื้อความกว้างไกลกว่าคำว่า ตราสินค้า หรือLogo เท่านั้น แต่ยังเป็นเรื่องราวทั้งหมดที่ผู้บริโภคเกิดการรับรู้เกี่ยวกับองค์กรของเราเป็นเวลานานๆทำให้เกิดความเชื่อถือและไว้ใจ

สรุป :  แบรนด์คือ ภาพลักษณ์ ความคาดหวัง ความประทับใจของผู้บริโภค จากประสบการณ์ต่างๆที่เกี่ยวกับสินค้าและบริการ จนเกิดความเชื่อมั่นในสิรค้าและบริการนั้นๆ

เครื่องหมายและสัญลักษณ์ หมายถึง


          สัญลักษณ์ หรือ เครื่องหมาย (Symbol) โดยพื้นฐานหมายถึง สิ่งที่ใช้แทนความหมายของอีกสิ่งหนึ่ง หรือถ้าจะกล่าวให้ลึกลงไปอีก สัญลักษณ์ หมายถึง วัตถุ อักษร รูปร่าง หรือสีสัน ซึ่งใช้ในการสื่อความหมายหรือแนวความคิดให้มนุษย์เข้าใจไปในทางเดียวกัน อาจจะเป็นรูปธรรมหรือนามธรรมก็ได้ ในทางปรัชญามักมีคำนิยามว่า ทุกสิ่งทุกอย่างในธรรมชาติ หรือแม้ในจักรวาล สามารถแทนได้ด้วยสัญลักษณ์ทั้งสิ้น

สัญลักษณ์นั้นช่วยในการสื่อสาร อาจจะเป็นรูปภาพ การเขียนอักษร การออกเสียง หรือการทำท่าทาง ซึ่งช่วยให้ผู้ส่งสารและผู้รับสารเข้าใจตรงกันแม้จะพูดกันคนละภาษา แต่ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของทั้งสองฝ่ายว่า ผู้ส่งสารมีความสามารถใช้สัญลักษณ์ให้สื่อความหมายมากเพียงใด และผู้รับสารมีความเข้าใจในสัญลักษณ์ที่ใช้มากเพียงใด ดังนั้นภาษามือจึงจัดว่าเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งเช่นกัน
               
ที่มา :



เครื่องหมาย (Sign)

คำภาษาลาตินว่า “Signum” (Angeles, 1981: 256) หมายถึง สิ่งที่ใช้แทนสิ่งอื่น แบ่งได้สองประเภท คือ (กีรติ บุญเจือ. 2522: 84)

เครื่องหมายตามธรรมชาติ (Natural sign) ได้แก่ สิ่งที่บ่งถึงสิ่งอื่นโดยไม่จำเป็นต้องมีการตกลงกัน เช่น ไฟ หมายถึง ความร้อน

เครื่องหมายตามข้อตกลง (Conventional/Artificial sign)ได้แก่ สิ่งที่ตกลงรู้กันในหมู่คณะว่าหมายถึงอะไร เช่น ธงไตรรงค์ หมายถึง ชาติไทย

สัญลักษณ์ (Symbol)

ภาษากรีกว่า “Symbolon” (Angeles, 1981: 285) หมายถึง เครื่องหมายที่มีการตกลงกัน หรือการรับรู้กันว่าใช้อ้างอิงถึงอีกสิ่งหนึ่ง ได้แก่

สิ่ง/เครื่องหมายที่เห็นได้ (A visible sign) แทนความคิดที่ต้องการถ่ายทอด เช่น เครื่องหมายกากบาทข้างถนน แทนสี่แยกข้างหน้า

คำ/ เครื่องหมาย (A word/ mark) ที่ใช้แทนสิ่งที่มีลักษณะเป็นนามธรรม เพื่อการติดต่อสื่อสาร ถ่ายทอดความคิด เช่น ธงไตรรงค์ เป็นสัญลักษณ์หมายถึงชาติไทย

สิ่งที่มีการให้ความหมาย โดยการตกลงร่วมกันในสังคมว่าหมายถึงสิ่งหนึ่ง เช่น ไฟจราจรสีเหลือง หมายถึง การขับรถด้วยความระมัดระวังหรือ การเตรียมหยุดรถ

          โดยทั่วไป สัญลักษณ์เป็นส่วนหนึ่งของ “เครื่องหมาย” แต่มีความหมายจำกัดอยู่ในเครื่องหมายที่มีการตกลงกัน (Conventional/Artificial sign) มีการใช้ร่วมกันในสังคม ให้เป็นสื่อ (ตัวแทน) ถึงสิ่งที่ต้องการนำเสนอ (Meaning, quality, abstraction, idea, object) แทนสิ่งนั้นๆ กล่าวคือ การใช้สิ่ง/เครื่องหมายที่เห็นได้/เข้าใจได้ (Visible sign) แทน(Represent) สิ่งที่ต้องการถ่ายทอด (Something else)


          สัญลักษณ์เป็นผลงานการสร้างสรรค์ของมนุษย์ที่ต้องเพียรพยายามเสาะหาข้อมูล แล้วใช้ความคิด ความสามารถทางศิลปสร้างสรรค์ออกมาจากนามธรรมให้เป็นรูปธรรม จึงได้ผลงานที่มีคุณค่าทางเนื้อหามีความหมาย ทำให้ผู้พบเห็นเกิดจินตนาการ อารมณ์ และความรู้สึก ซึ่งเป็นไปตามความต้องการของนักออกแบบที่จะนำองค์ประกอบศิลป์มาใช้ในการออกแบบอย่างเหมาะสมลงตัว นอกจากนั้นการนำเสนอสัญลักษณ์สู่สังคมโดยผ่านสื่อต่างๆ สัญลักษณ์จะสะท้อนถึงเอกลักษณ์ของสังคมแต่ละยุคสมัย แต่ละแ่ง ดังนั้นสัญลักษณ์จึงมีคุณค่าทางศิลปะพอที่มนุษย์จะชื่นชมในความงาม

ที่มา : หนังสือเรื่อง :การออกแบบสัญลักษณ์
ผู้เขียน : ทองเจือ เขียดทอง
สำนักพิมพ์สิปประภา











สรุป : เครื่องหมายและสัญลักษณ์หมายถึง สิ่งที่ใช้แทนความหมาย หรือสิ่งที่ต้องการถ่ายทอด อาจเกิดจากการตกลงร่วมกัน หรือ ความต้องการของผู้ต้องการที่จะสื่อ